My pet is a werewolf….สัตว์เลี้ยงผมเป็นหมาป่า Chapter 6/2
posted on 16 Aug 2008 11:34 by jhonela in FictionChapter 6 Part 2
"ยุนโฮ.. นายอยู่ไหน?" เสียงกระซิบแผ่วๆดังขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้นับตั้งแต่ที่ทั้งคู่
ย่างเท้าเข้ามายังบ้านผีสิงแห่งนี้ แจจุงเอาแต่เรียกชื่อคนร่างสูงไม่ขาดปาก ละทิ้งทิฐิต่างๆ คอย
เดินตามยุนโฮต้อยๆราวกับเป็ดน้อยหลงทาง ด้านยุนโฮที่สังเกตเห็นอาการไม่ถูกโรคกับผีสาง
ของแจจุง อารามอยากแกล้งจึงเข้าครอบงำ
"..." ไม่มีเสียงตอบรับจากยุนโฮอย่างเช่นเคย แจจุงจึงลองเปล่งเสียงเรียกดังขึ้นไปอีก
"ยุนโฮ"
"..."
"ยุนโฮ..." เสียงหวานเริ่มสั่นคลอนคล้ายจะร้องไห้เมื่อเห็นว่าเรียกหลายครั้งแล้วแต่ที่ได้กลับมา
มีแต่ความเงียบ นัยน์ตาสีนิลวาวระยับในความมืดเนื่องจากหยาดน้ำตาที่เริ่มคลอหน่วย
........................ขี้แยจริงนะ.....ก็รู้ๆว่าในนี้มีแต่ของหลอกเด็กทั้งนั้น......................
"อยู่นี่ รีบๆเดินมาสิ" ยุนโฮตัดสินใจส่งเสียงออกไปในที่สุด แต่ก็ยังไม่วายใช้น้ำเสียงหงุดหงิด
แกล้งร่างบางอีกครั้ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร็วๆก้าวมาทางตน ตามด้วยน้ำหนักจากแรงขยุ้ม
ที่ชายเสื้อด้านหลัง
"ทำไมไม่ยอมตอบ?" น้ำเสียงตัดพ้อดังขึ้น แต่หน้าหวานกลับก้มลงเพื่อซ่อนน้ำตา ริมฝีปากอิ่ม
เม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลืนก้อนสะอื้น ความรู้สึกน้อยใจจากการโดนทิ้งกำลังเข้าเกาะกุมหากแต่
ร่างโปร่งกลับไม่เข้าใจ สำคัญผิดคิดว่าแจจุงคงจะงอนเหมือนทุกที
"กลัวผีหรอ?" ยุนโฮถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อยิ่งสร้างความเสียใจให้กับคนอ่อนไหว เพราะเห็น
ว่ายุนโฮหยิบยกเอาเรื่องที่เขากลัวผีมาเป็นเรื่องตลก
"ไม่.. ไม่กลัวสักหน่อย!" แจจุงตีเสียงเข้มปฎิเสธ
"กลัวก็ยอมรับมาเถอะ"
"กะ...ก็บอกว่าไม่กลัวไงเล่า!"
"โอเค ไม่กลัวๆ งั้นก็ปล่อยมือจากเสื้อข้าได้แล้ว รู้มั๊ยว่ามันอึดอัด"
"หึ ไม่จับก็ได้ คนขี้งก!!" ฟางเส้นสุดท้ายสะบั้นลงเมื่อโดนตอกย้ำอยู่หลายครั้ง แรงโทสะเข้ามา
แทนที่ความกลัวขับเคลื่อนให้ร่างเล็กวิ่งหายไปยังทางเดินข้างหน้าอย่างลืมตัว
............ก็รู้ๆอยู่ว่ากลัวยังจะมาซ้ำเติมอยู่นั่นแหละ....ไหนว่าจะปกป้องเราไง....แล้วนี่มันอะไรกันเจ้าหมาใจร้าย.......กลับบ้านไปจะเอาไปปล่อยเลยคอยดู...........................
"จะมีวันไหนที่ไม่งอนบ้างมั๊ยนะ?" ยุนโฮส่ายหน้าไปมาอย่างปลงๆกับนิสัยอ่อนไหวของแจจุง
แต่ก็เพราะไอ้นิสัยแบบนี้กระมังที่ทำให้เขาหยุดแกล้งไม่ได้
.......................นี่ข้าไปทำอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเลยรึไง?...............................................
"แจจุง" สองขายาวก้าวเดินหาเด็กน้อยขี้กลัวพลางเรียกชื่อไปด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆประจำกาย
ของร่างบางทิ้งร่องรอยไว้ให้ยุนโฮตามได้โดยง่าย เขาเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามทางจนมายังห้อง
กระจกที่กั้นสลับวกวนเป็นเขาวงกต ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าผ้าม่านข้างๆทางออกซึ่งเขามั่นใจว่า
ร่างบางจะต้องซ่อนตัวอยู่เป็นแน่
‘ฟุ่บ' มือแกร่งปัดผ้าม่านออกอย่างเร็วแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของแจจุงอย่างที่
ควรจะเป็น หากแต่ดวงตาสีทองก็กลับวาวโรจ์ขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นเครื่องรางสีแดงสดที่เขากับ
ร่างบางช่วยกันทำขึ้นตกอยู่ที่พื้นที่ซึ่งๆข้างๆกันมีสร้อยรูปกางเขนวางไว้อยู่อย่างจงใจราวกับ
ประกาศศึก ไม่ต้องเอ่ยก็รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังแผนการครั้งนี้
"เจ้าบาทหลวงนั่น!" เสียงแหบคำรามออกมาด้วยกความเกรี้ยวกราด
ความแค้นและความเป็นห่วงเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนให้ยุนโฮวิ่งหาแจจุงอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์
ป่าสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยื่ยมชมบ้านผีสิงคนอื่นไม่น้อย เวลาผ่านไปร่วมสิบ
นาทีแต่ยุนโฮก็ยังคงหาแจจุงไม่พบ เขาจึงตัดสินใจออกไปตามหาข้างนอก
"โธ่เว้ย! ไปอยู่ไหนกันนะ" ร่างสูงสบถออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นฝูงชนจำนวนมากในสวน
สนุก การจะหาร่างบางให้พบในสถานการณ์แบบนี้มันแทบจะเป็นไม่ได้ หากแต่คำพูดของแจจุง
เมื่อหลายวันก่อนก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด......โบถส์ข้างโรงเรียง................
ยุนโฮออกวิ่งไปยังเป้าหมายทันทีโดยไม่รู้ว่ามีอีกสองคนที่กำลังเฝ้าดูเขาอยู่ ชางมินและจุนซูที่
ดักรอแจจุงอยู่หน้าประตูทางออกบ้านผีสิงตัดสินใจตามยุนโฮไปด้วยหวังว่าจะได้พบกับเพื่อนรัก
ทิ้งให้ยูชอนที่อาสาเป็นรุ่นพี่ที่ดีไปซื้อเครื่องดื่มมาให้กลับมาพบกับความว่างเปล่า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
‘แอ๊ด' ประตูไม้บานคู่ที่ถูกสลักเสลาด้วยความประณีตถูกเปิดออกช้าๆ ปรากฏให้เห็นเงาของชาย
หนุ่มงร่างสูงโปร่งที่กำลังย่างกรายเข้ามายังสถานที่ศักดิ์สิทธ์ ดวงตาเรียวสีเหลืองทองต้องแสง
ฉายแววแข็งกร้าวและดุร้าย รังสีอาฆาตแผ่กระจายโดยรอบบ่งบอกถึงจุดประสงค์ของผู้มาเยือน
"มาแล้วสินะ" ชายแก่ในชุดดำยาวละพื้นเอ่ยขึ้น ในน้ำเสียงไร้สำเนียงความกลัวหรือตื่นตระหนก
เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ดีว่าคนๆนี้ได้ผ่านศึกระหว่างปีศาจมาอย่างโฉกโชน
"เจ้าเอาแจจุงไปไว้ที่ไหน!" น้ำเสียงขู่กรรโฉกน่าขนลุกดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง บาน
กระจกโมเสกและวัตถุแก้วกระเบื้องทั้งหลายสั่นสะเทือนรุนแรง
"ปีศาจชั้นต่ำอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะวันนี้คือวันตายของเจ้า ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้แกไป
ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้อีกเป็นแน่"
"หึ ฮ่าๆๆๆ วันตายของข้า!? จะมากไปหน่อยมั้ง....หลวงพ่อแก่ๆอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้?"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นสบประมาท เวลานี้ร่างสูงตรงหน้าดูใกล้เคียงราชันย์ปีศาจเข้าไปทุก
ขณะเนื่องด้วยความแค้นที่ปลุกให้สัญชาติญานดิบในตัวเข้าครอบงำ ใบหน้าหล่อเหลามีร้อยยิ้ม
ร้ายอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
"ได้ไม่ได้ก็คอยดูแล้วกัน เจ้าปีศาจ!" มีดเงินเล่มเล็กหากแต่คมกริบถูกปาไปยังตำแหน่งที่ยุนโฮ
ยืนอยู่ด้วยความแม่นยำ ทว่ามีดเหล่านั้นกลับแค่เฉียดผิวใบหน้าคมไป ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วน
เล็กน้อย
"มีฝีมือแค่นี้รึ ถึงตาข้าบ้างล่ะนะ.. อย่างเพิ่งตายง่ายๆซะหล่ะปู่" เพียงแค่ชั่วพริบตายุนโฮก็
สามารถเข้าประชิดตัวบาทหลวงได้โดยง่าย กรมเล็บแหลมบีบเข้าที่ลำคอเหี่ยวย่นก่อนจะกดลงที่
เส้นหลอดลม การแก้แค้นกำลังจะจบลงแต่อีกปัญหาหนึ่งยังไม่คลี่คลาย
"ถ้าอยากให้ข้าไว้ชีวิตเจ้าก็ตอบข้ามาซะ แจจุงอยู่ไหน?"
"อึ.. อึก....ถ..ถึง...ตายก็ไม่มีวันบอกแก!! อะ...อ่อก!" อุ้งมือหนาเพิ่มแรงบีบขึ้นอีกเมื่อไม่ได้รับ
คำตอบ
"ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าเอาแจจุงไปไว้ที่ไหน?!!" ยุนโฮตะหวาดกร้าวอย่างมีน้ำโห
"ฉ..ฉัน..จะ..ไม่มีวันยอมให้แก้ทำร้ายเด็กนั่น...เจ้"
"ยุนโฮ!! นายกำลังทำอะไรน่ะ" เสียงใสดั่งระฆังแก้วอันคุ้นหูดังขึ้นขัดจังหวะก่อนที่รางสูงจะทำ
การปลิดชีพบาทหลวงอย่างที่ตั้งใจไว้ แจจุงเปิดประตูห้องข้างๆที่ติดกันกับห้องโถงของโบถส์
ออกมาดูเนื่องจากได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอาเขาตกตะลึง ภาพใบหน้า
ยุนโฮแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพปีศาจดุร้ายที่กำลังจะฆ่าบาทหลวงที่เขานับถือ
"แจจุง?" ร่างโปร่งหันไปตามเสียงเรียกอย่างฉงน ทันทีที่เห็นว่าบุคคลที่กำลังตามหานั้นอยู่ใน
สภาพปลอดภัยไร้ร้อยขีดข่วนใดๆ ความโกรธแค้นที่ปะทุอยู่ก็ดูจะมลายหายไปจนสิ้น กรงเล็บ
คมค่อยๆคลายออกจากลำคอของศัตรูอย่างลืมตัว
"นายจะบ้าหรอไง! ใครสอนให้ทำแบบนี้กัน ทำร้ายหลวงพ่อแบบนั้น?!" เมื่อรวบรวมคำพูดได้ร่าง
บางก็เริ่มต่อว่าร่างสูงทันที
"เจ้า......ปลอดภัยดีรึเปล่า?" ยุนโฮถามเสียงเบาหวิว เนื่องจากยังคงไม่เข้าใจในเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น ทั้งๆที่คิดว่าแจจุงถูกจับตัวมาแต่ทำไมคนตรงหน้าถึงดูปกติดีไม่เหมือนคนโดนขู่บังคับ
"ก็ปลอดภัยน่ะสิ! นี่นายคิดอะไรอยู่กันแน่!! คิดว่าบาทหลวงเขาจะมาไล่ฆ่าคนบริสุทธ์อย่างที่
นายทำหรือไง?" คำพูดประชดประชันนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแจจุงสบายดีทุกประการ
"แล้วเจ้าหายไปแบบนั้นจะให้ข้าคิดยังไ... ไง!....อึ่ก" เลือดสีแดงเข้มไหลลงมาจากมุมปากหยัก
ก่อนร่างโปร่งจะทรุดฮวบลงไปกับพื้น เนื่องจากมีดเงินบริสุทธ์ที่ปักเข้าที่กลางอกเฉียดขั้วหัวใจ
ไปเพียงไม่ถึงคืบ
"ยุนโฮ!!" ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สองขารีบวิ่งไปหยุดลงข้าง
กายยุนโฮที่กำลังนอนจมกองเลือด แขนขาวโอบร่างหนาไว้เพื่อช่วยพยุง มือข้างหนึ่งพยายาม
กดปิดปากแผลไว้แต่ก็ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น
"ละ....หลวงพ่อ...?" โครงหน้ามนเงยขึ้นมองบาทหลวงที่เคารพอย่างต้องการขอคำอธิบาย แวว
ตาสีนิลฉายแววความเจ็บปวดชัดเจน
"หลบไป พ่อยังจัดการกับเจ้าปีศาจนั่นไม่เสร็จ"
"ไม่! ผมไม่หลบ ทำไมหลวงพ่อทำแบบนี้...ทำร้ายยุนโฮทำไม?!"
"แจจุง... รู้มั๊ยว่านั่นคือปิศาจ พ่อต้องทำตามหน้าที่ของพ่อ.....กำจัดปีศาจและช่วยคุ้มครองทุก
คน"
"ยุนโฮไม่ใช้ปีศาจชั่วร้ายแบบนั้น! เขาไม่เคยทำร้ายผม" แจจุงปฎิเสธเสียงกร้าว
"ลูกอาจจะไม่เข้าใจ แต่ลูกเองก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือที่เจ้าปีศาจนั่นเกือบจะฆ่าพ่อ ถึงมันยังไม่ได้
ทำร้ายลูกแต่เมื่อใดที่มันหิวกระหาย มันจะเผยธาตุแท้ออกมา!"
"ผมไม่เชื่อ!! หลวงพ่อต่างหากไม่เข้าใจ ถึงเป็นปีศาจก็มีชีวิตจิตใจและยุนโฮก็ไม่เคยทำร้ายใคร! ที่เขาทำร้ายหลวงพ่อ ผม.. ผมขอโทษแทนเขาด้วย... แต่ที่ทำไปก็เพราะต้องการช่วยผม
เท่านั้น!"
"ลูกยังอ่อนต่อโลกนัก หลบไปเถอะ... พ่อมีเวลาไม่มากนักก่อนที่ปศาจนั่นจะฟื้นตัว" เหตุผลของ
แจจุงไม่อาจเปลี่ยนทัศนคติของบาทหลวงชราได้ เพราะหลวงพ่อปักใจเชื่อในประสบการณ์ของ
ตนมากกว่าจะยอมเปิดรับและทำความเข้าใจสิ่งตรงหน้า แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นอมนุษย์แต่ก็ใช่ว่า
จะต้องชั่วร้ายเหมือนกันทุกตน เฉกเช่นมนุษย์ที่มีทั้งดีและชั่วปะปนกันไป
"ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น!! หลวงพ่อ...ได้โปรดถอะครับ....อย่าทำร้ายเขา..." หากแต่แจจุงก็ยังไม่
ยอมแพ้ แม้บัดนี้ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตามากมายแต่แววตาที่ปกติดูใสซื่อ
กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องคนในอ้อมแขนสร้างความประหลาดใจให้กับบาทหลวง
เป็นอย่างมาก ว่าทำไมเด็กดีอย่างแจจุงถึงปรารถนาจะปกป้องปีศาจ.... เว้นเสียแต่การถูกสะกดจิต!
"ลูกกำลังถูกอำนาจของมันครอบงำ... หลบไปซะ"
"ผมไม่ได้ถูกครอบงำอะไรทั้งนั้น! ทำไมถึงไม่ฟังกันบ้างล่ะครับ?"
"ถ้าอย่างนั้นพ่อคงไม่มีทางเลือก... พระผู้เป็นเจ้าโปรดช่วยชำระบาปให้แก่ลูกแกะหลงทางตนนี้
ด้วย..." บาทหลางกล่าวบทสวดสั้นๆพร้อมกับลากสัญลักษณ์กางเขนขึ้นกลางอากาศเหนือหัว
ร่างบางทำให้เรี่ยวแรงที่เคยมีอ่อนเปลี้ยไปในชั่วพริบตา สันมือหนากระแทกลงที่ด้านหลังลำคอ
ขาว
‘กึก' ร่างบางหมดสติฟุบลงไปเกยทับยุนโฮที่นอนหายใจรวยรินอยู่ หากแต่สติของคนข้างใต้ดูจะ
ลางเลือนจนแทบไม่รับรู้อะไรแล้วในตอนนี้
"แจจุง!!!" ชางมินและจุนซูกระโจนออกมาจากที่ซ่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักถูกทำร้าย
"แจ...? " เสียงตะโกนของจุนซูและชางมินดูเหมือนจะช่วยเรียกสติของยุนโฮขึ้นมาอีกครั้ง ตา
คมค่อยๆปรือขึ้นมาสำรวจเหตุการณ์รอบข้างด้วยความยากลำบาก เมื่อพบว่าแจจุงหมดสติไป
แล้วร่างสูงก็พยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจว่าร่างกายของตนนั้นอยู่ในสภาพเช่นไร
ด้านชางมินและจุนซูที่วิ่งเข้ามาอย่างตั้งใจจะช่วยกลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อมีเงินเล่มเล็กเฉียด
หน้าพวกเขาไปเพียงไม่ถึงคืบเป็นสัญญานว่าหากเข้าไปตรงๆพวกเขาคงจะโดนจัดการก่อนที่จะ
ได้ช่วยเพื่อนอย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อเสร็จธุระกับแขกไม่ได้รับเชิญเป็นอันเรียบร้อยแล้ว บาทหลวงฮันก็หันกลับมาหาเป้าหมายที่แท้จริง หากแต่ภาพการกระทำอันอ่อนโยนของยุนโฮต่อแจจุงก็ทำให้เขาสับสนอีกครั้ง ยุนโฮกำลังวางร่างบางลงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนโดยจับให้พิงกับเสาหินอ่อนข้างๆอย่างทะนุมถนอมราวกับตุ๊กตาแก้ว ดวงตาสีทองพิจดูคนที่ไม่ได้สติอย่างเป็นห่วง
................หากชายตรงหน้าไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอมนุษย์เขาคงคิดว่านี่เป็นการกระทำที่เปี่ยมไปด้วยความรัก......หรือว่าเป็นเขาเองที่ไม่เข้าใจอะไรๆอย่างที่เด็กคนนี้ได้บอกไว้?...............
"เจ้ามีแค้นที่ต้องชำระกับข้าเท่านั้น เด็กนั่นไม่เกี่ยว...อย่ายุ่งกับเขา" ยุนโฮหันกลับมาพูดด้วยสี
หน้าจริงจังไร้แววกระหายเลือดอย่างทีแรก และคำพูดของร่างสูงก็เป็นดั่งเครื่องยืนยันว่าข้อ
สันนิษฐานของบาทหลวงนั้นถูกต้องแม้มันจะขัดกับหลักความเป็นจริงเพียงใด เขาเองก็คงไม่
อาจพูดได้เต็มปากว่าได้ทำสิ่งถูกต้องแล้วเมื่อปีศาจตนนี้ถูกกำจัดลง เพราะชายตรงหน้าไม่มี
ภาพสะท้อนของสิ่งชั่วร้ายแฝงอยู่เลย
"เข้าใจแล้ว...... วันนี้ฉันจะปล่อยเจ้ากลับไปก่อน แต่เมื่อวันใดที่เจ้าคิดทำร้ายมนุษย์ขึ้นมาวันนั้น
จะเป็นวันตายของเจ้า" แม้จะเอ่ยไปแบบนั้นหากแต่ในใจกลับนึกสมเพชความมีอคติของตนที่ไม่
เห็นเนื้อแท้ของสิ่งต่างๆ ยึดติดกับคำจำกัดความเพียงเท่านั้น วันนี้เขาได้เรียนรู้อะไรอีกหลายๆ
อย่างจากเด็กและปีศาจตนหนึ่ง......หากแต่ความรักต้องห้ามระหว่างมนุษย์และปีศาจจะมีจุดจบเช่นไร?
"อะไรนะ?" ยุนโฮดูจะยังงงๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหัน
"รีบไปซะก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ"
"ข้าไม่เคยขอความเห็นใจจากใคร มาปิดบัญชีให้มันรู้ผลกันวันแหละ!" ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแอ
จนแค่ทรงตัวยืนอยู่เฉยๆยังเป็นไปได้ยากก็ตาม แต่ทิฐิของจอมราชันย์หมาป่าก็ไม่อาจให้ใคร
มาดูถูกได้
"ดูสภาพตัวเองซะก่อนเถอะ หากเจ้าต้องการรู้ผลแพ้ชนะฉันยังคงรออยู่ที่โบถส์แห่งนี้ไม่ไป
ไหน.... เพราะฉะนั้นวันนี้กลับไปเสียเถิดเด็กนั่นต้องการพักผ่อน" คำพูดของบาทหลวงเรียกให้
ยุนโฮหันกลับไปมองร่างบางที่ยังคงนอนไม่ได้สติ ใบหน้าขาวดูซีดเซียวและเกรอะกังไปด้วย
น้ำตา
ยุนโฮจึงตัดสินใจเดินเข้าไปช้อนตัวแจจุงขึ้นและก้าวเดินไปยังประตูทางออก ทว่าก้าวไปได้
เพียงไม่ไกลร่างสูงก็ทำท่าจะทรุดลงทั้งยืนจนชางมินและจุนซุต้องรีบวิ่งเข้ามาช่วยรับแจจุงไป
แทน การใช้กำลังทำให้เลือดซึมออกมาจากปากแผลใหญ่อีกครั้ง เนื่องด้วยเป็นบาดแผลที่
เกิดจากมีดที่ทำด้วยเงินบริสุทธ์ร่างกายจึงไม่สามารถเยียวยาตนเองได้ไวอย่างทุกที ไอ
วิญญาณค่อยๆรั่วไหลออกมาเมื่อเจ้าของร่างกายอ่อนแรงลงเต็มทน เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมี
เหล็กมาถ่วงไว้จนปิดลงในทีสุด ร่างกายสูงใหญ่ล้มลงกับพื้น....
To be continue...
ฟิคชั่นสนุกมากเลย
แล้วรีบมาต่อนะ
เมื่อไหร่หมีจะบอกรักแจอ่ะ
#1 By silverfox (203.144.221.254) on 2008-09-25 07:28