My pet is a werewolf….สัตว์เลี้ยงผมเป็นหมาป่า Intro
posted on 21 Jan 2008 21:14 by jhonela in FictionFiction: My pet is a werewolf....สัตว์เลี้ยงผมเป็นหมาป่า
Author: newbie
Paring: YunJae, MicXiah, Min??
Rate: PG-13, NC 18
Genre: AU, Fantasy
Intro...
บนผืนราตรีที่มืดมิดไร้ดวงดาราส่องแสงกลับปรากฏพระจันทร์ดวงใหญ่สีแดงเลือดสร้างบรรยากาศขนลุกให้แก่ผู้คนที่สัญจรไปมายามวิกาลเช่นนี้ ว่ากันว่าพระจันทร์สีเลือดนั้นจะนำพามาซึ่งความโชคร้ายแก่ผู้ที่พบเห็น เพราะมันถูกย้อมขึ้นจากความชิงชังเคียดแค้นของมนุษย์ หากว่ากันตามศาสตร์มืดของแม่มดคืนพระจันทร์แดงก็เปรียบดั่งวันที่ซาตานลงมาจุติยังโลกมนุษย์ แต่สำหรับเหล่าภูตผีปีศาจมันคือขุมพลังล้ำค่าที่เทียบได้กับบ่อกำเนิดแห่งชีวิตก็ไม่ปาน และก็เป็นเพราะอำนาจของพระจันทร์นี้เองที่ช่วยคลายมนต์สะกดให้กับจอมราชันย์หมาป่าที่จำศีลมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง...
"แฮ่ก...แฮ่กๆ....." หมาป่าสีดำตัวใหญ่วิ่งลัดเลาะลงมาตามชายเขาหลังโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง ตลอดทางมีรอยเลือดให้เห็นเป็นระยะๆบ่งบอกว่ามันได้รับบาดเจ็บสาหัส
......หึ่ม...เพิ่งจะตื่นขึ้นมาแท้ๆไม่น่าเจอกับ...เจ้านั่น...เลยจริงๆ....แค้นนี้ข้าจะต้องคิดบัญชีกับเจ้าแน่.....คิดได้เพียงเท่านี้ดวงตาคมสีเหลืองทองก็ปรือลงแล้วหมดสติไปในที่สุด...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"วันนี้ที่ชมรมไม่มีอะไรแล้วล่ะ....ขอบใจมากที่อยู่ช่วยจนดึกนะ" เจ้าของเสียงทรงเสน่ห์ของหัวหน้าชมรมถ่ายรูปกล่าวกับรุ่นน้องในที่สุด หลังจากที่พวกเขาช่วยกันคัดรูปมากว่าสามชั่วโมงแล้ว
"งั้นผมกลับก่อนนะครับรุ่นพี่" หนุ่มน้อยหน้าหวานตอบรับพร้อมกับสะพายกระเป๋านักเรียนขึ้นพาดบ่า แจจุงเป็นคนรักสัตว์ และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เขาเข้ามาอยู่ชมรมถ่ายรูปตั้งแต่ปีหนึ่ง โดยมีแรงจูงใจอยู่ว่าในเมื่อมีสัตว์เลี้ยงไม่ได้ก็ขอเก็บเอาไว้ในรูปก็ยังดี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้รุ่นพี่ยูชอนหรือที่ใครหลายๆคนอาจจะรู้จักเขาในฐานะประธานนักเรียนนี่แหละช่วยสอนการถ่ายรูปให้ จนแจจุงทั้งเคารพและนับถือในตัวรุ่นพี่คนนี้เป็นอย่างมาก
"กลับบ้านระวังๆด้วยล่ะ"
"คร๊าบบ งั้นผมไปก่อนนะครับ...รุ่นพี่เองก็รีบกลับด้วยล่ะ"
"อืม แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ อย่ามาสายล่ะ"
หลังจากที่ร่ำลากับรุ่นพี่เป็นอันเรียบร้อยแล้วแจจุงก็แวะไปหยิบหนังสือที่เขาลืมไว้ที่ห้องเรียน ซึ่งขณะนี้ไฟส่วนมากในโรงเรียนนั้นดับหมดแล้ว จะเหลือก็แต่เพียงไฟจากระเบียงทางเดินและห้องชมรมบางห้องที่ยังไม่เลิกเท่านั้น
"เอ...อยู่ไหนน้า อ๊ะ! เจอแล้ว...อยู่นี่เองหนังสือคู่มือการเลี้ยงสุนัข ถ้าบ้านเราเลี้ยงหมาได้ก็คงดีสิน้าอยากได้หมาป่าจัง โตขึ้นมามันจะได้เท่ห์เหมือนเรา อิอิ" แจจุงหัวเราะคิกคักกับความคิดเพ้อฝันของตัวเองก่อนจะเริ่มออกเดินทางกลับบ้าน
แจจุงเดินทอดน่องไปบนถนนสายเก่าที่เขาใช้กลับบ้านเป็นประจำอย่างทุกวัน แต่วันนี้บรรยากาศกลับดูวังเวงผิดปกติเนื่องจากไม่มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างเคย มีเพียงแสงไฟสลัวๆจากเสาไฟรายทางเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนคนร่างบาง
"ทำไมตอนกลางคืนมันน่ากลัวขนาดนี้น้า รู้ยังงี้ไม่อยู่ช่วยพี่ยูชอนก็ดีหรอก...อ๊ะ...พระจันทร์ก็เป็นสีแดงหรอเนี่ย นี่มันคืนอะไรกันแน่นะ" แจจุงพึมพำกับตัวเองเบาๆ เขาเหลียวซ้ายมองขวาอย่างหวาดๆเมื่อพบว่าตอนนี้ตนเองได้มาอยู่ที่เชิงเขาหลังโรงเรียนแล้ว ที่ๆซึ่งเหล่านักเรียนต่างก็ลือกันจนหนาหูว่ามักจะมีสิ่งน่ากลัวออกมาบ่อยครั้ง
"พระผู้เป็นเจ้าโปรดช่วยคุ้มครองแจจุงด้วยนะครับ แล้วแจจุงสัญญาว่าต่อไปนี้จะเป็นเด็กดีกว่าเดิม" ถึงตอนนี้แจจุงจะเป็นเด็กดีมากๆอยู่แล้วก็เถอะ
ในขณะนั้นเองที่ตาคุ่สวยไปสะดุดเข้ากับเงาทะมึนบางอย่างบนพื้นถนนห่างจากเขาไปประมาณหนึ่งช่วงเสาไฟ ของเหลวข้นที่เขามั่นใจว่าต้องเป็นกองเลือดเจิ่งนองเป็นวงกว้างรอบๆทำเอาร่างบางขนลุกซู่....หรือว่าจะเจอของดีเข้าให้แล้ว.....
"..." เท้าเล็กชะงักลงทันทีราวกับใครมากดปุ่มปิดสวิทช์ ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากร่างบาง
...หรือว่านี้จะเป็น...!!...ไม่ๆต้องไม่ใช่สิ ผีอะไรจะออกมาได้ในเมื่อตรงนี้มีไฟนีออนอยู่ตั้งหลายดวง ก็ผีมันกลัวแสงนี่นา.....
แจจุงตัดสินใจเดินต่อไปเมื่อเขานำหลักเหตุและผลมาพิจรณา โดยนำกระเป๋านักเรียนขึ้นมาบังหน้าตนเองไว้ แต่เมื่อมาได้ครึ่งทางก็ต้องสะดุ้งโหยงเมือได้ยินเสียงขลุกขลักดังมาจากวัตถุน่าสงสัย ดวงตากลมปิดแน่นพร้อมกับท่องบทสวดมนต์บทเดียวที่เขาจำได้ขึ้นใจ
"พุธโท...พุธโท..." ปากอิ่มพึมพำซ้ำไปซ้ำมาจนเสียงประหลาดเงียบไป มือเล็กจึงค่อยๆลดกระเป๋าลงก่อนจะเหลือบมองเจ้าสิ่งน่าสงสัยบนพื้นอย่างกล้าๆกลัวๆ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือกลุ่มขนสีดำสนิทที่ชุ่มไปด้วยเลือด แรงกระเพื่อมขึ้นลงที่ช่วงอกบ่งบอกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตทำให้วางใจไปได้เปราะหนึ่ง อุ้งเท้าหนาทั้งสี่วางนิ่งอยู่บนพื้น คนทั่วไปมองปราดเดียวก็รู้ว่ามันคือหมาป่าและทางที่ดีที่สุดก็คือหนีไปให้ไกล ทว่าในสายตาแจจุงนั้นมันคือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บและต้องการความช่วยเหลือ ร่างบางละทิ้งเหตุผลทั้งหมดและตัดสินใจพามันกลับบ้านทันทีด้วยความสงสาร
"แฮ่กๆ...เฮ้อถึงสักที หนักชะมัดเลยแหะ" ร่างบางหอบหนักเมื่อแบกเจ้าหมาป่าที่มีขนาดใหญ่กว่าสุนัขทั่วไปมาถึงบ้านได้สำเร็จ มือเล็กควาญหากุญแจบ้านอย่างทุลักทุเล
โชคยังดีที่แม่ของเขาไปทำงานที่ต่างประเทศและคาดว่ากว่าจะกลับก็คงไม่พ้นเดือนหน้า ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีสิทธิ์เอาเจ้าหมาที่น่าสงสารตัวนี้เข้าบ้านเป็นแน่ เพราะแม่ของเขานั้นกลัวสุนัขเป็นที่สุด ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้แจจุงไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้
หลังจากที่ลากเจ้าหมาป่าขึ้นบันไดมาจนถึงห้องนอนได้แล้ว แจจุงก็จัดการทำความสะอาดทำแผลให้มันด้วยความรู้การปฐมพยาบาลขั้นต้นที่มีติดตัวในตั้งแต่ประถมสี่ พร้อมกับห่มผ้าห่มให้ ดวงตากลมมองเจ้าสัตว์สี่เท้าบนเตียงด้วยความเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
.......หากแม่กลับมาแล้วคงต้องเอาไปปล่อยสิน.....ไม่อยากให้ถึงตอนนั้นเลย............
"จ๊อกๆ..โครก...ครากกก" เสียงสัตว์ประหลาดในท้องดังขึ้นประท้วงให้เจ้าของหันมาสนใจมันบ้างเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว ร่างบางจึงตัดสินใจไปอาบน้ำและหานมอุ่นๆกินสักแก้วก่อนนอน
แจจุงส่งเสื้อผ้าที่เลอะคราบเลือดลงเครื่องซักผ้าก่อนจะเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายให้ได้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง หลังจากที่ดื่มนมของตัวเองเรียบร้อยแล้วก็ยังไม่ลืมจะเทนมใสชามขึ้นไปให้เจ้าตัวที่นอนเจ็บอยู่ข้างบนห้อง
‘แอ๊ด'
‘เคร้ง' ชามกระเบื้องหล่นลงกระทบพื้นเมื่อคนถือเผลอปล่อยมือด้วยความตกใจ
เบื้องหน้าแจจุงในขณะนี้มีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนพื้นห้องและกำลังมองมาที่เขา ผมสีดำขลับซอยสั้นรับกับใบหน้าคมเข้มที่ถูกเสริมแต่งให้ดูสง่ายิ่งขึ้นด้วยจมูกโด่ง ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างลงตัวราวกับจับวาง ถึงแม้หน้าตาจะเป็นชาวเอเชียแต่ชายตรงหน้ากลับมีดวงตาสีทองอย่างน่าประหลาด แต่อะไรก็คงไม่สำคัญเท่าที่ร่างสูงนั้นเปลือยกายอยู่! มีแค่ผ้าพันแผลที่ช่วงอกกับผ้าห่มผืนบางปิดท่อนล่างอยู่อย่างหมิ่นแหม่!!!
"นะ...นาย..เป็นใคร...แล้วเข้ามาในนี้ได้ยังไง!" แจจุงถามอย่างตะกุกตะกัก คิ้วเรียวบนหน้า
ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อร่างบางพยายามเรียกความทรงจำของตน เพราะเขารู้สึกว่าผู้ชาย
ตรงหน้าช่างมีบางอย่างคุ้นตาเหลือเกินเหมือนอะไรสักอย่าง....อะไรที่เคยอยู่ในห้องนี้ก่อนที่เขา
จะไปอาบน้ำ แต่ด้วยความอายแจจุงจึงไม่สามารถทนมองภาพตรงหน้าจนกว่าเขาจะนึกออกได้ ร่างบางรีบหันหลังให้ผู้ชายคนนั้นทันที
"เจ้าคงเป็นคนที่ช่วยข้าไว้สินะ" ชายหนุ่มไม่สนใจตอบคำถามของร่างบางแม้แต่น้อย ทั้งยังตั้งคำถามกลับเรียกให้แจจุงต้องหันมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ
"ฉันถามว่านายเป็นใคร?! แล้วเข้ามาในนี้ได้ยังไงต่างหากเล่า...ตอบให้ตรงคำถามสิ แล้วก็ใช้ภาษาให้มันปกติด้วย พูดจาโบราณยังกับหลุดออกมาจากหนังสมัยเก่าอย่างนั้นแหละ" แจจุงแหวใส่คนตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ แต่สายตากลับหลุบมองพื้นข้างๆที่ร่างสูงนั่งอยู่แทน ไม่กล้ามองเจ้าตัวตรงๆ
"เวลาพูดจากับใครก็หัดมองหน้าคนๆนั้นด้วยสิ.....ข้าชื่อยุนโฮ...เป็นราชันย์แห่งหมาป่า ข้าเพิ่งจะตื่นจากจำศีลวันนี้แหละแต่ก็ดันไปเจอกับ....เจ้านั่น...." ท่าทางเขินอายของแจจุงทำให้ยุนโฮอดนึกขำร่างบางตรงหน้าไม่ได้ เขาตอบคำถามร่างบางออกไปอย่างใจเย็นแต่ท้ายประโยคกับเบาจนเหมือนพูดกับตัวเองเสียมากกว่า
ทว่าคำพูดของร่างสูงยิ่งทำให้แจจุงงงหนักเข้าไปอีก และความสงสัยก็ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของที่ตอนนี้เงยขึ้นมาสบตากับยุนโฮแล้ว พร้อมยังทำหน้าไม่เชื่ออย่างสุดฤทธิ์
"นี่นายบ้ารึไง! โกหกแบบนี้ไม่เนียนเลยนะ.....ฉันจะไปโทรแจ้งตำรวจ" แจจุงทำท่าจะเปิดประตูห้องออกไปแต่กลับถูกมือแกร่งฉุดอย่างแรงทำให้เซถลาลงมานั่งกับพื้น สายตาคมของยุนโฮจ้องเขาไม่กระพริบยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกว่าหน้าของตนนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
"ถ้าเจ้าคิดว่าข้าโกหกก็ลองมองตาข้าสิ แล้วบอกข้าว่าเจ้าเห็นอะไร?!" ยุนโฮสั่งเสียงเรียบแต่มี
อำนาจทำให้แจจุงไม่อาจขัดขืนได้ ร่างบางจึงต้องจำยอมทำตามแต่โดยดี ตาสีนิลคู่สวยค่อยๆ
หันมาสบกับดวงตาคมสีทองอีกครั้ง แล้วร่างบางก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าดวงตาคู่นั้น
กำลังสะท้อนภาพหมาป่าสีดำตัวใหญ่ที่เขาได้ช่วยเหลือเอาไว้ ทำให้ในที่สุดแจจุงก็นึกออกว่า
ผู้ชายคนนี้เหมือนอะไร...
"นายเป็น...หมาป่าตัวนั้นจริงๆเหรอเนี่ย! แล้วทำไมถึงกลายเป็นคนได้ละ" สมองน้อยๆของแจจุงพยายามประติดประต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหนังสยองขวัญต่างๆที่เขาเคยโดนจุนซูยัดเยียดให้ดู แต่ก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่าทำไมหมาป่าถึงกลายเป็นคนได้ถ้าไม่ใช่.....มนุษย์หมาป่ากินคน!! คิดได้แบบนั้นแจจุงก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เหมือนหัวใจดวงเล็กของเขาจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ข้าเกิดเมื่อห้าร้อยปีก่อนข้าตอบเจ้าได้เพียงเท่านี้แหละ แล้วข้าก็หิวแล้วด้วยสิ...." ยุนโฮเลี่ยงที่จะตอบคำถามของแจจุง ปลายเสียงค่อยๆแผ่วลงพร้อมกับร่างสูงที่ขยับเข้ามาใกล้ร่างบางขึ้นเรื่อยๆ
....นั่นไง...หมาป่ากินคนจริงๆด้วย....นี่เรากำลังจะถูกกินใช่มั๊ย?....ไหนว่าหมาเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตว์รู้จักบุญคุณคนไง!? แต่นี่มันกำลังจะกินผู้มีพระคุณอยู่นะ.....อ๊า...ไม่น่าช่วยมาเลย............
แจจุงที่เห็นท่าไม่ค่อยดีจึงรีบขยับตัวถอยหลังหนีการรุกรานที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่มือบางกลับขยับไปโดนเศษชามกระเบื้องที่แตกอยู่บนพื้น
"โอ๊ย" แจจุงร้องออกมาเมื่อเศษกระเบื้องบาดลึกเข้าไปในเนื้อจดมีเลือดไหลออกมาเป็นแนวยาว ทำให้ยุนโฮมองตามไปยังสาเหตุ แล้วก็ต้องหลุดขำออกมาเมื่อเหลือบไปเห็นของกลาง....
....หึ...ชามกระเบื้องกับนม....ข้าไม่ใช่ลูกมาหมานะ................
"จะบอกอะไรไว้ให้...ข้าไม่กินนมหรอกนะ...ข้า....ชอบเลือดมากกว่า...." พูดจบร่างสูงก็บรรจงจับเรียวแขนของแจจุงขึ้นมาแล้วใช้ลิ้นร้อนไล้เป็นแนวยาวไปตามรอยแผลเพื่อชิมรสเลือด ร่างบางเห็นดังนั้นจึงปิดตาลงแน่นด้วยความกลัว
....................อ๊ากกกก มันจะกินตูจริงๆด้วย.........มนุษย์หมาป่านี่กลัวอะไรนะ?!.....รู้งี้ตั้งใจดูหนังที่จุนซูให้มาก็ดีหรอก.............
ทางด้านยุนโฮเมื่อเห็นปฏิกิริยาไร้เดียงสาของแจจุงก็อดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ พลางนึกในใจว่าที่เขาชอบกินน่ะมันไอวิญญานมนุษย์ต่างหาก แค่แกล้งขู่หน่อยเดียวก็กลัวจนสั่นเป็นลูกนกซะแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะสงสารแล้วปล่อยเหยื่อในกำมือไปหรอกนะ ยุนโฮค่อยๆลดระยะห่างระหว่างเขากับร่างบางลงอีกครั้ง ลมหายใจร้อนลดลงบนใบหน้าของร่างบางยิ่งทำให้กลัวจนตัวชาไปหมด แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ว่าร่างสูงกำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด กลิ่นหอมอ่อนๆลอยมาเตะจมูก ส่งผลให้ร่างสูงตัดสินใจปิดระยะห่างสุดท้ายอย่างรวดเร็วโดยการกดจูบลงไปบนริมฝีปากนุ่ม...ลิ้นร้อนไล้เลียไปตามริมฝีปากอิ่มอย่างอ้อยอิ่งเป็นเชิงขอร้องให้ร่างบางเปิดปากออก
"อ๊ะ...อย่" แจจุงที่อยู่ๆก็โดนจูบอย่างไม่คาดคิดจึงเปิดปากออกเพื่อร้องประท้วง แต่กลับเป็นโอกาสให้ยุนโฮได้ส่งลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหวานภายในโพรงปากพร้อมกับดูดซับเอาไอวิญญานของแจจุงไปด้วย
ทันทีที่ยุนโฮผละริมฝีปากออก แจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ ตากลมสวยปรือลงอย่างอ่อนเพลีย ในขณะที่สมองก็กำลังพยายามประมวลเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
....จะ...จูบแรก...กับ...กับผู้ชายด้วยกัน..คนแปลกหน้า..เอ๊ะไม่ใช่สิ......หมาป่า....อ๊ากก......
"รสนมเหรอ.....เจ้านี่โตแล้วยังกินนมอยู่อีกเหรอเนี่ย......สาวน้อย" แต่ทันทีที่แจจุงได้ฟังประโยคเสียดแทงจิตใจวิญญาณก็ดูเหมือนจะกลับเข้าร่าง ปากอิ่มโต้กลับไปอย่างรวดเร็วลืมความกลัวก่อนหน้านี้ทั้งหมดไป
"นะ...นาย...ทำอะไร.......แล้วฉันก็ไม่ใช่สาวน้อยสักหน่อย! หัดเบิกตาตี่ๆนั่นดูซะให้ดีๆว่าฉันเป็น
ผู้ชาย!! แถมยังหล่อ เท่ห์ สมารท์ มีสาวติดตรึมอีกด้วยนะ" แจจุงเถียงไปเป็นชุดแถมยังพยายาม
ประกาศสรรพคุณความเป็นชายมาดแมนของตนอย่างสุดฤทธิ์
เมื่อยุนโฮได้ยินดังนั้นถึงสีหน้าจะเรียบเฉยแต่ภายในใจก็ตกใจไม่น้อย ไม่นึกว่าเขาหลับไปไม่กี่
ร้อยปีจะทำให้สายตาฝ้าฟางถึงขนาดแยกแยะเพศมนุษย์ไม่ออกถึงขนาดนี้
"ถ้าที่เจ้าพูดมาเป็นเรื่องจริง....ข้าคงต้องบอกว่ารสนิยมมนุษย์ผู้หญิงยุคนี้ช่างแตกต่างจากสมัยก่อนยิ่งนัก ที่หลงชอบผู้ชายหน้าตาสวยหวานดั่งอิสตรีเช่นเจ้า..." ยุนโฮพูดพร้อมทำหน้าไม่เชื่อว่าที่แจจุงพูดมานั้นเป็นเรื่องจริง ในขณะที่ตาคมก็พิจมองดูหน้าร่างบางตรงหน้าตั้งแต่ผมดำคลับซอยละต้นคอขาวเนียน ใบหน้าเรียวได้รูป ริมฝีปากอิ่ม ไปจนถึงดวงตาโตสีนิล...ดูยังไงก็คล้ายคลึงกับอิสตรียิ่งนัก แต่จะว่าไปถ้าเป็นมนุษย์ผู้หญิงจริงๆ ‘ไอ้นั่น' มันคงจะไม่แบนเป็นไม้กระดานเช่นนั้นสินะ ยุนโฮคิดพลางสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าอกของแจจุง
ถึงแม้คำพูดของยุนโฮจะไม่ค่อยรื่นหูร่างบางเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้แจจุงรู้สึกเพลียจริงๆ แขนขาอ่อนแรงไปหมด สติก็เริ่มเลือนลางจนหลับไปในที่สุด ยุนโฮเห็นดังนั้นจึงอุ้มร่างบางขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มก่อนจะห่มผ้าให้อย่างเบามือที่สุด คนๆนี้ช่วยเขาไว้แต่ยังไม่ทันไรก็เป็นลมล้มพับไปด้วยฝีมือเขาเองเสียแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกขอบคุณแต่เห็นมนุษย์ตรงหน้าแล้วมันรู้สึกอยากแกล้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ขอบใจนะ..." ไหนๆก็ไหนๆแล้วมนุษย์ผู้นี้ก็มีบุญคุณกับเขา คงจะต้องตอบแทนกันบ้าง เพราะถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือกับไอวิญญานของคนตรงหน้า เขาอาจจะต้องหลับจำศีลไปอีกครั้งทั้งๆที่เพิ่งตื่นขึ้นมาก็เป็นได้ แล้วมันก็คงจะอีกนานกว่าพระจันทร์เลือดจะฉายแสงอีกครา
....นิสัยเอ๋อๆอย่างนี้........คงหนีไม่พ้นต้องการคนดูแลสินะ....เอาเถอะ..อยู่กับเจ้าก็สนุกดี..ข้าจะ
อยู่ช่วยคุ้มครองเจ้าแลกกับไอวิญญานแล้วกัน....
to be continue....
edit @ 16 Aug 2008 11:23:39 by JHOnela
edit @ 16 Aug 2008 11:28:00 by JHOnela
หนุกดีอ่ะออมเราชอบ บังอาจมาย้อมสีเรานะ 555+
ย้อมสำเร็จแล้วด้วย อย่าให้อาจารย์รอการบ้านนานนะมัน
ไม่ดี เด่วอย่าลืมนะถึงฟิคเราแล้ว อย่าลืมมาอ่านล่ะ(อีก
นานอ่ะและติดเรดแน่นอน 55) พยายามเข้านะจ๊ะ
คิดถึงๆ ขอให้คนติดงอมแงมๆ เพี้ยงๆๆๆ
#1 By Pui_Fai (124.120.203.7) on 2008-01-21 23:55