My pet is a werewolf….สัตว์เลี้ยงผมเป็นหมาป่า Chapter 8
posted on 26 Aug 2008 23:15 by jhonela in FictionChapter 8
ณ บ้านเดี่ยวหลังกลางซึ่งล้อมรอบไปด้วยสวนที่ถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบแสดงถึงฐานะของเจ้าของบ้าน ถึงแม้จะไม่ใช่มหาเศรษฐีอันร่ำรวยแต่ก็ถือว่ามีฐานะดีกว่าบุคคลทั่วๆไประดับหนึ่ง เนื่องมาจากอาชีพที่เป็นที่เคารพนับถือของทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงของบ้านทั้งแพทย์และทนาย
"กิ๊งก่องๆๆๆๆ" กริ่งประตูดังรัวขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆตามมาด้วยเสียงเรียกอันเป็นเอกลักษณ์
"ชางมินๆๆ ฉันมารับแล้ว....ไปหาแจจุงกัน" ไม่นานนักหญิงมีอายุก็วิ่งออกมาเปิดประตูต้อนรับอย่างใจดี
"เอ่อ...ขอโทษนะคะคุณหนูจุนซู ตอนนี้คุณหนูชางมินกำลังเตรียมตัวอยู่ คาดว่าอีกไม่นานก็คงเสร็จแล้วล่ะค่ะ" หล่อนดูจะไม่มีท่าไม่พอใจนิสัยกระโตกกระตากของเด็กหนุ่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันหล่อนยังรู้สึกขอบคุณและดีใจเสียด้วยซ้ำที่ยังมีจุนซูและแจจุงเข้ามาเป็นสีสันในชีวิตให้คุณหนูของเธอ เพราะทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงของบ้านต่างก็มีงานรัดตัวจนไม่มีเวลาให้คุณหนูชางมินเลยสักนิด
"อ่า ขอโทษทีนะครับคุณป้า พอดีผมลืมตัวไปหน่อย แหะๆ" จุนซูส่งยิ้มเจื่อนๆไปให้เมื่อนึกได้ว่าภายในบ้านหลังนี้ไม่ได้มีเพื่อนเขาอยู่เพียงคนเดียว
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เข้ามาทานขนมรอในบ้านก่อนมั๊ยคะ"
"ขอบคุณครับ" จุนซูฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเรื่องของกิน แต่ก็ต้องหุบลงเมื่อมีคนมาขัดลาภปากของเขาเสียก่อน
"ไม่ต้องไปชวนเข้ามาหรอกฮะป้า เปลืองขนมที่บ้านเปล่าๆ...ผมไปแล้วนะฮะ" ชางมินที่เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเอ่ยขัดขึ้น
"เอ๊ะ นายนี่ชอบมาขัดจังหวะอยู่เรื่อย...คุณป้าเขาอุตส่าห์ใจดีชวนฉันเข้าบ้าน ไม่เหมือนเจ้าของบ้านบางคนทำท่าไม่รับแขก"
"แขกน่ะต้อนรับแน่ แต่ไม่ใช่คนที่มากดกริ่งบ้านคนอื่นตั้งแปดโมงเช้าแบบนี้!"
"แล้วนายตื่นสายทำไมล่ะ ก็บอกแล้วว่าวันนี้จะไปหาแจจุงกันน่ะ...รู้มั๊ยฉันรอตั้งนาน"
"แต่ถ้าจำไม่ผิด ฉันคิดว่าเรานัดเจอกันไว้เก้าโมง...รึไม่ใช่?"
"ชิ...ฉันก็แค่มาก่อนเวลานิดหน่อยเท่านั้นแหละ แค่นี้ทำบ่นไปได้"
"เฮ้อ..เอาเถอะๆ ไปกันได้แล้ว" ชางมินตัดบทเพราะตระหนักดีว่าเถียงกับเจ้าโลมาจอมลื่นไปก็ไม่มีประโยชน์
"พูดงี้ซะตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง....ป้าคร๊าบผมไปก่อนนะครับ ไว้ว่างๆจะแวะมาทานขนม" จุนซูกล่าวลาเสียงใสให้กับคุณป้าแม่บ้าน
"ไปแล้วนะครับป้า"
"ค่ะ...โชคดีนะคะ"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ยุนโฮลุกขึ้นจากเตียงนุ่มด้วยความง่วงงุนหลังจากที่ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเมื่อห้านาทีก่อน เขาจำใจเดินลงไปเปิดประตูหน้าบ้านทั้งๆที่ใส่แค่กางเกงนอนตัวเดียว ท่อนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าพันแผลปิดกล้ามเนื้อล่ำสันไว้ ส่วนสาเหตุของความรีบร้อนนั้นก็เพราะเขาไม่อยากให้คนบอบบางที่เพิ่งจะถูกอุ้มขึ้นมานอนบนห้องเมื่อตอนใกล้รุ่งตื่น
"อรุณสวัสดิ์แจจุ..." เสียงแหลมหายเข้าไปในลำคอเมื่อบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นว่าคนที่มาเปิดประตูนั้นไม่ใช่เพื่อนรักอย่างที่คาดไว้ ทั้งยังการแต่งตัวที่ชวนให้คิดนั่นอีก...
"แจจุงยังไม่ตื่น...เข้ามาก่อนสิ" ยุนโฮพูดพลางเกาหัวแกรกๆเนื่องจากยังไมตื่นดี แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมาอย่างไม่กระพริบจากจุนซู
"แจยังไม่ตื่นอีกหรอ? เป็น...อะไรหรือป่าว?" คำถามของจุนซูดูจะเว้นช่องไฟแปลกๆเหมือนต้องการจะสื่ออะไรสักอย่าง หากแต่ยุนโฮก็เลือกที่จะตอบปฎิเสทสั้นๆเพื่อตัดปัญหา
"ไม่เป็นอะไร" เสียงทุ้มกล่าวเรียบๆเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่อยากสนทนาด้วย ทว่านั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับโลมายอดนักสืบอยู่แล้ว...อีกอาจจะฝ่ายไม่อยากคุยแต่เขาอยากคุยสักอย่าง..
"จริงหรอ...?"
"อืม"
"แล้วทำไมยังไม่ตื่น?"
"ไม่รู้"
"งั้นขอขึ้นไปหาแจหน่อย"
"ไม่ได้!"
"ทำไม? หรือว่ามีอะไรที่ให้เห็นไม่ได้..." ใบหน้ากลมยื่นเข้าไปใกล้ร่างสูงราวกับกำลังจับสังเกตหาท่าทีผิดปกติจนยุนโฮต้องถอยออกมาด้วยความรู้สึกขยาด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าถูกคุกคามโดยมนุษย์เช่นนี้
"รอตรงนี้แหละ...เดี๋ยวไปตามแจจุงมาให้" ยุนโฮตัดบทโดยการเลี่ยงขึ้นไปเรียกแจจุงมาให้แทน
ทว่าทันทีที่ยุนโฮเดินขึ้นบันได้จนลับสายตาไปแล้ว เสียงสันมือกระทบกับศีรษะก็ดังขึ้นพร้อมเสียงร้องโอดโอยทันที
"โอ๊ย! ทำอะไรน่ะ มันเจ็บนะ" จุนซูประท้วงขึ้นเมื่อถูกทำร้ายโดยไม่มีสาเหตุ
"นายนั่นแหละคิดอะไรอยู่"
"คะ..คิดอะไร?!"
"คำถามพวกนั้นมันหมายความว่ายังไง?"
"ก็แล้วมันน่าคิดมั๊ยเล่า ดูหมอนั่นแต่งตัวสิ...อ๊า...ไม่นึกเลยว่าแจจุงอันไร้เดียงสาของพวกเราจะ..." จุนซูพูดพร้อมยกครีบสองข้างขึ้นมาปิดตาราวกับกลัวเห็นฉากไม่เหมาะสม
"เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว..." ชางมินพูดพลางส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
.......แจจุงน่ะหรอจะกล้าทำเรื่องแบบนั้น....แค่โดนรุกก็คงจะร้องไห้โฮเป็นเด็กๆแล้ว........
"งั้นนายจะอธิบายสภาพเมื่อกี้ว่าไง?" แต่จุนซูยังคงเชื่อในการคาดเดาของตน ซึงโดยปกติแล้วมีความแม่นยำเพียงหนึ่งส่วนร้อย หากคราวนี้กลับถูกต้องอย่างปาฎิหารย์แสดงให้เห็นว่าความบังเอิญมีจริง
"ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก"
"งั้นเรามาพนันกันดีกว่า"
"พนันเรือง?"
"ฉันว่าแจจุงกับยุนโฮต้องรักกันชัวร์ ฟันธง!"
"แต่ฉันว่านายกับรุ่นพี่ยูชอนต้องลงเอยกันมากกว่า หึหึ"
"จะบ้าหรอ! พูดอะไรแปลกๆ นายก็เห็นอยู่ว่าฉันกับรุ่นพี่ไม่ถูกกันต่างหากเล่า"
"แต่ที่ฉันเห็นน่ะ มีแต่นายนั่นแหละที่ไปตั้งแง่กับเขา"
"รุ่นพี่ต่างหากที่ชอบมาหาเรื่องฉันก่อน พูดจากวนประสาท..." จุนซูบ่นพึมพำงึมงำกับตัวเองเมื่อนึกไปถึงหน้าคู่อริ....เขากับรุ่นพี่ยูชอนน่ะหรอจะลงเอยกัน....บ้าไปกันใหญ่แล้ว....
"แล้วทำไมนายถึงได้ตกลงไปสวนสนุกกับรุ่นพี่ถ้าหากว่าไม่ชอบหน้าเขานัก" คำถามของชางมินเรียกให้เลือดฝาดฉีดไปทั่วแก้มใส จุนซูหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น มือบางยกขึ้นแตะริมฝีปากอย่างลืมตัว
"กะ..ก็...ไม่มีอะไรสักหน่อย ฉันก็แค่สงสารเลยยอมไปด้วยเท่านั้นแหละ....ไปรอแจที่ห้องนั่งเล่นกันดีกว่า" พูดจบจุนซูก็รีบเดินนำไปยังห้องรับแขกทันทีไม่ทิ้งจังหวะให้ชางมินได้ถามต่อ
.
.
.
.
.
.
.
เมือยุนโฮเปิดประตูเข้ามาในห้องก็พบว่าคนตัวเล็กลุกขึ้นมานั่งตากลมอยู่บนเตียงเสียแล้ว เสื้อผ้าที่เขาช่วยจัดให้เข้าที่ก็ดูจะหลุดลงมาเช่นเดิม เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่บัดนี้เรื่อไปด้วยแต้มสีกุหลาบ
"ตื่นแล้วหรอ?" ยุนโฮถามทั้งๆที่เบนหน้าหนีไปทางอื่น บทลงโทษจากพระเจ้าครั้งนี้ดูจะสาหัสนักสำหรับเขา ทั้งๆที่สิ่งที่ต้องการอยู่ตรงหน้ากลับต้องหักห้ามใจ โดยเฉพาะสิ่งได้ครอบครองมาแล้วครั้งหนึ่ง...หากไม่เคยสมผัส...คงไม่รู้ว่ารสชาติหวานล้ำเพียงใด...หากไม่รู้รส...ย่อมไม่โหยหามากมายเท่านี้...
"อืม ใครมาหรอ?" ด้านแจจุงที่เห็นว่ายุนโฮเหมือนจะหลบสายตาของตน หัวใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"เพื่อนๆเจ้านั่นแหละ...รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะสิ"
"รู้แล้วน่า...ไปเดี๋ยวนี้แหละ" ร่างบางตอบไปด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะใช้แขนขวายันตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บร้าวแล่นไปทั่วก้นกบ เมื่อคืนที่คิดว่าเจ็บแล้วแทบจะเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกในตอนนี้ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงและสั่นไปหมด แจจุงรู้สึกราวกับเขาเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ผิดกันก็ตรงที่ยังรู้สึกเจ็บ
"ทำไมยังไม่ลุกอีก....เดี๋ยวคนพวกนั้นก็รอนานหรอก" เมื่อไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของคนบนเตียงยุนโฮจึงเอ่ยเร่งอีกครั้งทั้งๆที่ยังไม่หันไปดูอาการร่างบาง
‘แหมะๆ' น้ำตาเม็ดโตหยดลงเป็นวงกว้าง แต่ร่างบางยังคงพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้เพราะเขาไม่อยากให้ใครคิดว่าเขาอ่อนแอ
"เป็นอะไร?" ยุนโฮตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดเตียงในที่สุดเมื่อเห็นว่าแจจุงนิ่งไป
"ไม่เป็นไร.."
"งั้นก็ลุกซะทีสิ" คำพูดของยุนโฮทำให้แจจุงลองลุกอีกครั้งเพราะไม่อยากให้ผิดสังเกต แต่ความเจ็บก็ยังคงไม่ไปไหนทำให้เขาต้องกลับลงไปนั่งเช่นเดิม
"ลุก..ไม่ได้"
"ไม่เป็นไรแล้วทำไมลุกไม่ได้?" เสียงทุ้มเริ่มหงุดหงิดที่เห็นร่างบางยึกยักไม่ยอมลุกขึ้นสักที ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ยอมตอบ
"..."
"ถ้าไม่ลุกข้าจะไปตามเพื่อนเจ้าขึ้นมาบนนี้แทนแล้วกัน" ร่างสูงลองเปลี่ยนไปใช้คำขู่แทนซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผลดีเมื่อร่างบางรีบค้านขึ้นทันที
"ไม่เอานะ!"
"ถ้าไม่เอาก็ลุกซะสิ"
"ก็..มันลุกไม่ขึ้น.."
"ลุกไม่ขึ้น?"
"มัน...เอ่อ...จะ...เจ็บ..." หน้าใสแดงระเรื่อขณะสารภาพความจริง เหตุผลน่าอายที่เป็นผลมาจากเหตุการณ์เมื่อคืน ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียให้ได้
"หึหึ บอกมาซะตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง" ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างสื่อความหมายยิ่งทำให้แจจุงหน้าแดงขึ้นไปอีก
"อย่ามาหัวเราะนะ แล้วมันเป็นเพราะใครกันเล่า!" แก้มใสอมลมจนป่องบอกให้รู้ว่าตอนนี้เขาเริ่มจะไม่พอใจแล้ว
"เป็นเพราะข้าสินะ...งั้นจะรับผิดชอบพาไปอาบน้ำให้แล้วกัน" ว่าจบยุนโฮก็ช้อนตัวคนบอบบางขึ้นแนบอกโดยไม่สนใจฟังคำประท้วงหรือแรงทุบที่กระหน่ำลงมาสักนิด
"เฮ้ย...ไม่เอานะ! ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง"
"ก็ไหนว่าลุกไม่ได้ไง"
"กะ...ก็ใช่ แต่แค่พาไปส่งที่ห้องน้ำก็พอ ฉันอาบเองได้" แจจุงพูดทั้งๆที่ยังดิ้นไปมาทำให้เสื้อนอนตัวหลวมหลุดลุ่ยมากกว่าเดิม ชายเสื้อนอนเลิ่กขึ้นสูงจนเผยให้เห็นต้นขาอ่อนซึ่งทำให้คนมองต้องใช้สมาธิในการสะกดอารมณ์มากขึ้น
"หยุดดิ้นได้แล้ว...ถ้ายังไม่หยุดจะพาไปทำอย่างอื่นนอกจากอาบน้ำ"
"ละ..ลามก!"
"จะหยุดไม่หยุด"
"ชิ....หยุดก็ได้...แต่ไม่ใช่เพราะว่ากลัวหรอกนะ" ร่างบางค่อยๆหยุดดิ้นแต่ยังไม่วายทุบอกคนตัวใหญ่กว่าไปอีกหนึ่งที ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งเพื่อซ่อนใบหน้าอันแดงก่ำของตนไว้
"นั่นสินะ..ทีเมื่อคืนก็ไม่เห็นกลัวนี่ คืนนี้จะต่ออีกสักรอบมั๊ยล่ะ?"
"พะ..พูดอะไรบ้าๆ" แจจุงพูดทั้งๆที่ก้มหน้าลงไปยิ่งกว่าเดิม ปากอิ่มยื่นออกมานิดๆอย่างน่ารัก ในสายตาของยุนโฮวันนี้คนตัวเล็กดูจะน่ามองเป็นพิเศษกว่าวันอื่นๆ เนื่องจากใบหน้าสวยเรื่อสีแดงอยู่ตลอดเวลาเพราะความเขิน
"เอ้า...ถึงแล้ว" ยุนโฮพูดพร้อมกับวางแจจุงลงในอ่าง
"ขอบคุณ" แจจุงเอ่ยเสียงเบาพร้อมกับเริ่มปลดกระดุมเสื้อออกเตรียมตัวอาบน้ำ หน้าใสร้อนวาบเมื่อเห็นแต้มสีแดงประปรายไปทั่วแผ่นอกของตน นิ้วเรียวไล้ไปตามรอยรักอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมแก้มแดงๆของตนเอาไว้ ความรู้สึกมากมายประดังเข้ามาในห้วงความคิด แม้เขาจะไม่ได้รังเกียจยุนโฮ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ในเมื่อเขากับยุนโฮไม่ใช่คนรักกัน
......แต่จะว่าไปแล้วความรักมันหน้าตาเป็นยังไงกันนะ...เขาเองก็ยังไม่เคยเห็นเสียด้วยสิ...มันเหมือนกับที่เขารักพ่อกับแม่หรือเปล่า....หรือว่าเหมือนกับที่เขารักจุนซูกับชางมินกัน....
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักพักร่างบางก็เงยหน้าขึ้นมาเพื่อหยิบอุปกรณ์อาบน้ำ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าร่างสูงยังคงยืนรออยู่ในห้องน้ำ มือเรียวรีบดึงเสื้อเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
"นะ..นาย...ทำไมยังไม่ออกไปอีก?!" แจจุงพูดติดๆขัดๆด้วยไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะเห็นอะไรไปบ้างผิดกับอีกคนที่ยังยืนเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน
"นั่งคิดอะไรอยู่หรอ?"
"ป่าวสักหน่อย...ไม่ต้องทำมาเฉไฉ ออกไปได้แล้ว!"
"ก็บอกแล้วไงว่าจะช่วยอาบน้ำให้"
"ไม่เป็นไร! ฉันอาบเองได้...แค่เจ็บขาแต่แขนยังใช้ได้"
"จะมาอายอะไรตอนนี้...เมื่อคืนก็เห็นมาหมดแล้ว"
"ยะ...อย่าพูดนะ!" เสียงหวานร้องห้ามพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหูอย่างลืมตัว หัวกลมส่ายไปมาเร็วๆบ่งบอกว่าไม่อยากรับฟังไปมากกว่านี้
"หึหึ...เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว...ข้าจะไปรอข้างนอกก่อนแล้วกัน...เสร็จแล้วก็เรียกด้วยล่ะ" ร่างสูงยิ้มทิ้งท้ายไว้ก่อนจะปิดประตูห้องน้ำ ทิ้งให้แจจุงนั่งหน้าร้อนผ่าวอยู่คนเดียวในอ่าง
.
.
.
.
.
.
"ลงมาจนได้สินะ" ชางมินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแจจุงและยุนโฮเข้ามายังห้องรับแขกหลังจากที่ปล่อยให้พวกเขานั่งรอร่วมชั่วโมง
"อยู่ข้างบนทำอะไรกัน...ทำไมถึงได้ลงมาช้าจัง" จุนซูเสริมขึ้นพร้อมกับขยี้ตาไปมา เขารอนานจนหลับไปแล้วหลายตื่น
"ทำอะไร?" แจจุงแกล้งย้อนกลับอย่างไร้เดียงสาที่สุดเพราะเขาไม่อยากให้แสดงพิรุธให้เห็น ไม่งั้นโลมาตัวนี้คงกัดไม่ปล่อย
"ไม่รู้สิ...นายเล่ามาแล้วกัน" จุนซูพูดพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งตัวตรง แขนสองข้างถูกยกขึ้นมาเท้าคางไว้แสดงถึงท่าทีตั้งใจฟัง ซึ่งชางมินได้แต่นึกในใจว่าหากเพื่อนโลมาของเขาจะตั้งใจฟังครูได้สักครึ่งหนึ่งของตอนนี้คงจะดีไม่น้อย เขาละสงสารคุณนายคิมจริงๆ
"อืม..ทำอะไรนะ...อย่างแรกก็ตื่นนอน...เสร็จแล้วก็อาบน้ำ...ถูสบู่....ล้างหน้า...แปรงฟัน....แล้วก็...." นิ้วเรียวค่อยๆกางออกไล่รายการให้เพื่อนช่างสงสัยฟังโดยละเอียดอย่างจงใจจนจุนซูทนไม่ไหวต้องร้องห้ามขึ้นมาเสียก่อน
"พอๆ ไม่อยากรู้แล้ว...ฉันว่านายมาแนะนำยุนโฮให้พวกเรารู้จักตามที่สัญญาไว้ดีกว่า" เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องน่าสนใจอะไรจุนซูจึงตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อใหม่ทันที
......เฮ้อ....รอดไป......ดีนะที่ก่อนลงมาเตรียมตัวมาแล้ว...................................
"โอเค...นี่ยุนโฮ...ส่วนยุนโฮนี่จุนซู ชางมิน เพื่อนฉันเอง"
"ฉันจุนซูยินดีที่ได้รู้จักนะ" จุนซูยื่นมือออกไปให้ยุนโฮจับแต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเฉย ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กเก้อเขินหรือย่างไร เขากลับโน้มตัวเข้าไปจ้องหน้าอีกฝ่ายใกล้ๆด้วยความใคร่รู้
"ว้าวววว ตาสีทองจริงๆด้วย...เท่ห์จัง" เสียงแหลมปรี๊ดตะโกนออกมาลั่นบ้านจนยุนโฮต้องผงะออกมาเล็กน้อย ตาคมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแปลกๆก่อนจะหันไปหาแจจุงเป็นเชิงขอความเห็น หากแต่แจจุงเพียงแต่พยักหน้าให้เป็นเชิงว่านี่คือเรื่องปกติ
"ฉันชางมินยินดีที่ได้รู้จัก" ชางมินทักทายทั้งๆที่ๆยังคงมาดขรึมของตนเอาไว้ แม้จะไม่ได้ดูเป็นมิตรเท่าจุนซูแต่ก็ไม่ได้ระแวงร่างสูงอย่างแต่ก่อน
"อืม..ยินดีที่ได้รู้จัก" ยุนโฮตอบไปแบบที่เขาคิดว่าดูธรรมดาที่สุด เพราะเขาไม่รู้ว่าแจจุงจะแนะนำเขาให้เพื่อนรู้จักแบบไหน หากแต่ประโยคต่อมาของจุนซูก็เรียกให้เขาหันไปหาแจจุงอีกครั้งอย่างแปลกใจ
"แจจุงบอกให้ยุนโฮแปลงร่างให้ดูหน่อยสิ ฉันอยากเห็นอ่ะ"
"คือ...ฉันเล่าเรื่องของนายให้จุนซูกับชางมินฟังหมดแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ต่อหน้าพวกเขานายก็ทำตัวตามสบายได้" แจจุงรีบตอบออกไปเมื่อเห็นเครื่องหมายคำถามบนหน้าคนข้างๆ
"อืม" ร่างสูงพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
"แจจุง...แปลงร่างๆ" โลมาน้อยยังคงเซ้าซี้เป็นเด็กๆที่รอชมการแสดงเรื่องโปรด
"ฉันว่า...เรื่องนั้น....ไว้ก่อนได้มั๊ย?"
"แต่ฉันอยากเห็นนี่นา.."
"แต่ฉันว่า..."
"ยุนโฮ แปลงร่างให้ดูหน่อยสิ!"
"ทำไมข้าจะต้อง..." ยังไม่ทันที่ยุนโฮจะพูดจบเขากลับรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ซี่โครงจากคนข้างๆ เมื่อหันไปก็เห็นว่าแจจุงกำลังส่งสายตาอ้อนวอนพร้อมกับพยักหน้าปะหงกๆให้ทำตามที่เพื่อนเจ้าตัวขอร้อง
.......ออกคำสั่งแบบนี้อย่าคิดว่าไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนล่ะ............
ยุนโฮลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวออกไปจากห้องนั่งเล่นเพื่อทำตามคำขอ ไม่นานนักก็ปรากฎร่างหมาป่าสีดำเดินเข้ามาแทน มันมีขนาดใหญ่กว่าสุนัขทั่วๆไปค่อนข้างมาก หากแต่ก็มีรูปร่างปราดเปรียวสมกับเป็นสัตว์ป่า อุ้มเท้าทั้งสี่ย่างเท้าอย่างมั่นใจมายังที่เดิมที่เพิ่งลุกออกไป
"พอใจหรือยัง?" ยุนโฮว่าอย่างไม่สบอารมณ์นักที่ตนต้องกลายมาเป็นโชว์ของแปลก
"อื้อ พอใจมากๆเลย" ถึงแม้จะรู้สึกแปลกๆที่เห็นสุนัขพูดได้เป็นครั้งแรก แต่จุนซูก็ยิ้มกว้างให้กับยุนโฮพร้อมกับตรงเข้าไปลูบหัวลูบหางเจ้าหมาป่าเป็นการใหญ่ การกระทำของจุนซูทำให้ยุนโฮตระหนักเดี๋ยวนี้เองว่าคนที่น่ากลัวนั้นไม่ใช่เจ้าเด็กจอมขรึมอย่างชางมิน แต่เป็นโลมาพันธุ์นกหวีดตัวนี้มากกว่าที่ทำเอาเขาปวดหัวหนัก
"มียุนโฮอยู่ด้วยแบบนี้นายก็ไม่เหงาแล้วสิแจ" จุนซูหันไปถามทั้งๆที่มือก็ยังเล่นกับยุนโฮไม่เลิก
"ก็...อื้ม"
..........มีคนคุยด้วยก็จริง.....แต่เจ้านี่เคยพูดดีๆกับเขาที่ไหนกันล่า......เอาแต่แกล้งอยู่ได้.........
"ฉันว่าน่าจะปลอดภัยด้วยนะ เพราะยุนโฮเป็นถึงจอมราชันย์หมาป่า....แบบนี้นายก็ไม่ต้องกลัวใครแล้วสิ"
"เอ่อ...ก็ใช่มั้ง?"
..........ไม่ต้องกลัวขโมยที่ไหน....แต่ความปลอดภัยทางกายนี่สิ.....แล้วไหนจะเรื่องเมื่อคืนนี้อีก...อ๊า....ไม่อยากคิดถึงเลย.....พ่อครับแม่ครับอภัยให้แจจุงด้วย.....
"ว่าแต่นายให้อาหารยุนโฮยังไงหรอแจ?" ในเมื่อเป็นราชันย์หมาป่าคงไม่กินอาหารธรรมดาหรอกมั้งจุนซูคิดในใจ มันเป็นคำถามทั่วๆไปแต่กลับทำคนถูกถามเก็บอาการแทบไม่อยู่
"เรื่องนั้น..."
แน่นอนว่าท่าทีอึกอักแปลกๆของร่างบางจุดฉนวนความสงสัยในตัวจุนซูขึ้นมาทันที เพราะจากประสบการณ์หนังสยองขวัญที่เขาได้ผ่านมาแล้วอย่างโชกโชน อาหารของมนุษย์หมาป่าก็ไม่คงไม่พ้น...สาวบริสุทธิ์... คิดได้ดังนั้นโลมาสติเฟื่องก็โน้มลำคอขาวเข้ามาสำรวจใกล้ๆทันที แต่ภาพที่ออกมากลับคล้ายว่าเขากำลังจะขโมยจูบเพื่อนรักเสียอย่างนั้น ร้อนถึงเจ้าของตัวจริงที่นอนอยู่บนพื้นใกล้ต้องรีบเข้ามาแทรกและดันคนอุกอาจออกไป
"อย่าบอกนะว่ายุนโฮกินนายน่ะ!!" จุนซูตะโกนออกลั่นบ้านยังกับคนถูกรางวัลที่หนึ่งเพราะเขาเมื่อกี้เขาเห็นรอยแดงจางๆบนต้นขอนั่น สาบานได้ว่าเขาไม่ได้ตาฝาด!
"จะ..จะบ้าหรอไงเซีย!" คนถูกกล่าวหา(จับได้)ตอบกลับไปดังกว่า แต่ใบหน้ามนตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด บทสนทนาสองแง่สามง่ามของทั่งคู่ทำให้อีกคนต้องเข้ามาช่วยห้ามทัพ ชางมินสับขาเปลี่ยนท่านั่งอย่างใจเย็นก่อนจะเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมากล่าวเสียงจริงจัง
"นายเลิกคิดเรื่องนี้สักทีเถอะจุนซู" แววตาจริงจังบอกให้รู้ว่าชางมินดูจะไม่พอใจนักที่จุนซูเอาแจจุงเข้าไปเกี่ยวกับเรื่อง ‘เกินวัย' และเขาก็อยากทำให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากเกรงว่าถ้าแจจุงยังคงได้ยินเรื่องพวกนี้มากๆเข้าความไร้เดียงสาที่มีคงจะเลือนหายไปในเร็ววัน
"ชะ..ช่าย...เซียน่ะคิดอะไรก็ไม่รู้" แจจุงรีบเสริมเมื่อเห็นทางรอดอยู่ลิบๆ แต่โลมาน้อยผู้มีความมุ่งมั่นก็ดูจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
"แต่ฉันยังอยากรู้อยู่ดีว่ายุนโฮกินอะไร เรื่องแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกจริงมั๊ยคุณพ่อชางมิน" จุนซูจงใจเน้นคำสุดท้ายให้คนคนที่ทำตัวแก่เกินวัยฟัง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าจำเลยที่ยังสอบสวนไม่เสร็จ
"ยุนโฮก็กิน....กิน..." เมื่อเห็นว่าแจจุงไม่ตอบสักทียุนโฮจึงตัดสินใจตอบแทนเสียเอง ในเมื่อคำถามนี้มันก็เป็นเรื่องของเขาอยู่แล้ว
"ข้าก็กินไอ-"
"ไอศกรีมน่ะ! ยุนโฮชอบไอศกรีมมากๆเลย แหะๆ"
"จริงหรอ...แต่หมาไม่ชอบของหวานๆไม่ใช่หรอ"
"จริงสิ นายลืมไปแล้วหรือไงว่ายุนโฮไม่ใช่หมาธรรมดา"
"อือ....ฮึ.." จุนซูหรี่ตามองเพื่อนอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก ในเมื่อท่าทีมันฟ้องว่าเรื่องนี้มันมีอะไรในกอไผ่ ทว่าก่อนที่เขาจะได้แหวกกอไผ่ดูก็มีเสียงระฆังพักยกดังขึ้นเสียก่อน แจจุงลุกไปหยิบโทรศัพท์บ้านแบบไร้สายขนาดกะทัดรัดขึ้น ก่อนเสียงหวานจะกรอกไปตามสาย
"ฮัลโหล สวัสดีครับ...แจจุงพูดครับ" เสียงคนคุ้นเคยที่ตอบกลับมาเรียกรอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนรูปหน้าเรียว
"อ่า..พี่ยูชอนหรอครับ...สบายดีครับ"
"อะไรนะครับ ไปเข้าค่ายชมรมที่ทะเลหรอครับ!"
"ไปสิครับ ไปๆๆ แต่ผมขอพาเพื่อนไปด้วยได้รึเปล่า?"
"อ่า..ครับๆ ได้ครับ แล้วเจอกันนะครับ"
แจจุงวางสายโทรศัพท์ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กับเพื่อนๆ ดูก็รู้ว่าคนหน้าสวยนี้ดีใจแค่ไหนที่จะได้เที่ยวทะเลในวันหยุด ตาใสดูจะเปล่งประกายเมื่อนึกถึงหาดทรายและกิจกรรมถ่ายรูปที่เขาชื่นชอบ ไหนจะได้เล่นน้ำอีกช่างเป็นปิดเทอมหน้าร้อนที่วิเศษสุดๆ
"ชางมิน เซีย ไปเที่ยวทะเลกันนนนนนน" แจจุงลากเสียงยาวด้วยความตื่นเต้นผิดกับเพื่อนๆอีกสองชีวิตที่ดูจะไม่มีท่าทีสนใจเลยสักนิด คนหนึ่งยังคงนิ่งเฉยเหมือนไม่รับรู้อะไร สายตาจับจ้องอยู่ที่หนังสือในมือ ส่วนอีกหนึ่งนั้นทำหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่ได้ยินชื่อคนโทรมา
"ฉันมีงานค้นคว้าคงไปด้วยไม่ได้" ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเป็นคำพูดของใคร ขนาดปิดเทอมเพื่อนตัวโย่งผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ยังคงแก่เรียนไม่ทิ้งฉายาเด็กอัจฉริยะ เป็นผลให้ร่างบางต้องรีบแจ้นเข้าไปอ้อนอย่างน่ารัก
"โธ่...ชางมิน....งานน่ะไว้ทำทีหลังก็ได้...ตอนนี้มันปิดเทอมนะ"
"ก็เพราะว่าเป็นช่วงปิดเทอมน่ะสิ ถ้าเปิดเทอมฉันคงไม่มีเวลา...ส่วนนายเองก็เหมือนกันแจจุง..เขาบอกว่าสมองถ้าไม่หมั่นใช้บ่อยๆประสิทธิภาพมันจะลดลงเรื่อยๆนะรู้มั๊ย" ไม่พูดเปล่าแต่เขายังใช้นิ้วจิ้มไปยังกลางกระบาลน้อยๆเป็นการเตือนสติอีกด้วย
"แต่...ฉัน...บอกกับพี่ยูชอนไปแล้วนะ..." แจจุงที่นั่งคุกเข่าเกาะแขนโซฟาอยู่ข้างๆทำตาละห้อยเมื่อได้ยินคำอธิบายจากเพื่อน
"แจจุง....เอ่อ...ฉันก็ไม่ว่างเหมือนกัน"
"นายก็ด้วยหรอจุนซู?" โครงหน้าหวานรีบหันควับไปมองเพื่อนรักอีกคนอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง อย่างจุนซูนี่นะจะมีธุระ...ช่วงนี่ก็ไม่ใช่ช่วงเก็บตัวของชมรมฟุตบอลสักหน่อย...แถมได้กลับบ้านเกิดฟรีๆอีกทำไมโลมาถึงไม่ยอมไปกัน
"คือ..แม่ฉันอยากให้ไปช่วยที่ร้านดอกไม้น่ะ" เขายกเหตุผลที่เพิ่งคิดได้สดๆร้อนๆขึ้นมาอ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่จริงทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะมันคืองานที่เขาต้องทำเป็นประจำทุกช่วงปิดเทอมอยู่แล้ว
"ถ้างั้นเดี๋ยวฉันโทรไปขอคุณป้าให้"
"เดี๋ยว..เอ่อ คือฉันมีธุระอื่นด้วยน่ะ"
"ธุระอะไรกัน...ไม่อยากไปเที่ยวกับฉันก็บอกมาเถอะ" ใบหน้าสวยยู่ลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มหน้าลงจนคางแทบชิดอก แก้มใสพองลมตามประสาคนงอน เขากล่าวพึมพำกับตัวเองเบาๆแต่จงใจให้ดังพอที่ชางมินและจุนซูจะได้ยิน
"คนนู้นก็ไม่ไป...คนนี้ก็ไม่ไป...เฮ้อ..." ซึ่งท่าไม้ตายท่านี้ก็ดูจะได้ผลอยู่ไม่น้อยเมื่อจุนซูดูจะร้อนใจไม่น้อยที่ทำให้เพื่อนไม่มีความสุข
"ไม่ใช่อย่างนั่นนะแจ..คือ" จุนซูพยายามหาข้อแก้ตัวที่พอจะฟังขึ้นมาใช้ แต่ดูเหมือนวันนี้สมองของเขาจะไม่ปลอดโปร่งอย่างทุกที
"ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมไม่ไปด้วยกันล่ะเซีย นายก็ชอบทะเลไม่ใช่หรอ....ไปด้วยกันเถอะนะๆ แล้วกลับมาฉันจะไปช่วยงานคุณป้าด้วย" แจจุงเขย่าแขนจุนซูไปมาอย่างเอาแต่ใจจนโลมาน้อยต้องยอมคนสวยจนได้
...เฮ้อ....ไหนๆก็เที่ยวฟรี...แถมกลับมาแจจุงยังสัญญาว่าจะไปช่วยงานที่บ้านอีก....แค่ทนเจอหน้าเจ้ารุ่นพี่ขี้เก็กไม่กี่วันก็ยังคุ้มล่ะนะ.....
"โอเคๆ...แต่กลับมานายต้องไปช่วยจริงๆนะ ถ้าผิดสัญญาล่ะน่าดู..."
"คนอย่างแจจุงพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว....สรุปว่าไปแล้วนะห้ามเปลี่ยนใจ" แจจุงยกนิ้วก้อยขึ้นมาให้จุนซูเกี่ยวด้วยเป็นการผูกมัด
"อื้ม"
"เย้!....รักเซียที่สุดเลย!" พูดพร้อมกระโจนเข้าไปกอดเป็นการขอบคุณ ก่อนจะหันไปทำตาขวางใส่คนที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา
"เซียใจดีไม่เหมือนใครบางคน เห็นงานดีกว่าเพื่อน" แจจุงทำเสียงท่าทีประชดที่ดูไม่น่ากลัวเลยสักนิด ออกจะดูน่าเอ็นดูเสียมากกว่า
"ไม่ไปเที่ยวด้วยแค่ครั้งเดียวคงไม่กลายเป็นยักษ์เป็นมารหรอกมั้ง" ชางมินยังคงแกล้งพูดยั่วอีกฝ่ายร้อนใจเล่น
...ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ายังไงซะแจจุงก็ต้องลากเขาไปให้ได้....แต่จะไปง่ายๆเดี๋ยวอีกหน่อยจะนิสัยเสียเปล่าๆ....
"แต่ไปเที่ยวครั้งนี้มันสำคัญมากนะ"
"ยังไง?"
"ก็เพราะว่าถ้าไม่รีบเที่ยวตอนนี้อีกหน่อยทำงานก็ไม่มีเวลาเที่ยว กว่าจะได้ไปอีกทีก็คงจะกลายเป็นปู่แก่ๆไปแล้ว ถึงตอนนั้นมันจะไปสนุกอะไร จริงมั๊ย?...เพราะฉะนั้นนายต้องไปไม่งั้นฉันจะเรียกนายว่าคุณปู่ชางมิน!" แจจุงอธิบายเหตุผลด้วยท่าทีจริงจังผิดกับเนื้อความที่ดูจะไม่มีสาระเท่าใดนัก แต่นั่นก็ทำให้คนที่มาดนิ่งอยู่นานหลุดยิ้มออกมาจนได้
"เอาล่ะๆ เข้าใจแล้ว...เดินทางวันไหนล่ะ?" ชางมินพูดทั้งๆที่ยังอมยิ้ม ซึ่งคำตอบของเขาก็ได้รับค่าตอบแทนเป็นรอยยิ้มที่กว้างกว่าของแจจุง
"สำเร็จ! วันศุกร์เจอกันที่สถานีรถไฟตอนสิบโมง อย่าสายล่ะ" แต่แล้วประเด็นสำคัญอีกเรื่องก็ถูกเปิดขึ้นให้เด็กน้อยที่ยังดีใจได้ไม่ถึงห้านาทีต้องคิดมากอีกครั้ง
"แล้วนายจะพายุนโฮไปด้วยยังไงอ่ะแจ?" จุนซูถามในขณะที่สายตาจดจ่ออยู่ที่กลุ่มขนสีดำบนพื้น...เจ้าหมาป่าตัวใหญ่เหมือนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปตั้งแต่ร่างบางเริ่มคุยโทรศัพท์แล้ว...
"ก็ไปแบบนี้ไง?....ฉันจะได้ถ่ายรูปยุนโฮไปลงหนังสือด้วย"
...........คิดแล้วเชียวว่านายต้องตอบแบบนี้....แต่ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างที่นายคิดไว้มันก็ไม่สนุกน่ะสิ....
"แต่ฉันว่าให้ยุนโฮไปแบบนี้ไม่ได้หรอก" จุนซูตีสีหน้าเครียดจนแจจุงเริ่มกังวลว่าเขาพูดอะไรผิดหรืออย่างไร
"ทะ..ทำไมหรอ? ทำไมพายุนโฮไปแบบนี้ไม่ได้ล่ะ"
"นายไม่รู้หรอว่ารถไฟน่ะเขาห้ามพาสัตว์ใหญ่ขึ้นไปนะ แล้วอีกอย่างโรงแรมเขาก็อาจจะไม่ให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปก็ได้" คำพูดของจุนซุทำให้แจจุงคิดตาม...จะว่าไปแล้วเขาก็ลืมคิดเรื่องพวกนี้ไปซะสนิทเลย....
"แต่ว่า..ถ้างั้นฉันจะเอารูปอะไรไปลงหนังสือล่ะ...โปรเจคใหญ่ด้วย" คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเจ้าของใบหน้ามนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
"เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ยังไงซะนายก็ไม่ทางเลือกแล้วแหละ คิดดูแล้วกันโรงแรมที่ไหนเขาจะให้เอาหมาตัวใหญ่ขนาดนี้เข้าไปพักด้วยกัน" จุนซูยังคงใช้น้ำเสียงซีเรียสต้อนให้คนตัวเล็กเปลี่ยนใจ ซึ่งดูเหมือนแผนการเขาจะเป็นไปได้ด้วยดีเสียด้วยเมื่อแจจุงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำยอม
"เฮ้ออ...ช่วยไม่ได้สินะ..."
To be continue...